
ตำรวจกองปราบฯเตรียมประสานจัดชุดแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางจิตเวชเข้าตรวจสอบสภาพจิต “แม่ปุ๊ก” ในเรือนจำอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ตามคำกล่าวอ้างของคนในครอบครัว ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงินต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ ด้านอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชนระบุ เด็กชาย 2 ขวบ อยู่ในความดูแลนาน 6 เดือน ตามคำสั่งศาล ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ศปก.พม.) สั่งล้อมคอกตรวจสอบการรับบริจาคเงินช่วยเหลือของกลุ่มต่างๆแล้ว
นับเป็นคดีสะท้อนความรุนแรงในครอบครัวและการแสวงหาประโยชน์จากการทารุณกรรมเด็กที่รุนแรงอีกคดีหนึ่ง หลังตำรวจชุดสืบสวน กก.4 บก.ป. จับกุม “แม่ปุ๊ก” อายุ 29 ปี ตามหมายจับในหลายข้อหา หลังประกาศขอรับเงินบริจาค อ้าง เด็กชาย 2 ขวบ ลูกชายป่วยด้วยโรคประหลาด ได้เงิน ไปกว่า 15 ล้านบาท ต่อมาแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รับตัวเด็กไปรักษาพบสารเคมีส่วนผสม น้ำยาล้างห้องน้ำในตัวเด็ก ตรวจประวัติพบผู้ต้องหารายนี้เคยรับ เด็กหญิง 4 ขวบ มาดูแล ก่อนป่วยด้วยอาการเดียวกันจนเสียชีวิตเมื่อเดือน ส.ค.62
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อวันที่ 27 พ.ค. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. เปิดเผยถึงคดีนี้ว่า ขณะนี้ตำรวจชุดคลี่คลายคดี ทราบผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเออย่างไม่เป็นทางการซึ่งค่อนข้างชัดเจนว่า “แม่ปุ๊ก” และ เด็กชาย 2 ขวบ เป็นแม่-ลูก โดยสายเลือดกันจริง แต่ไม่มีผลกระทบต่อรูปคดี เพราะคดีนี้อยู่ที่ใครกระทำต่อเด็กและใครได้รับผลประโยชน์
ด้าน พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป. กล่าวว่า การเชิญตัวบุคคลใกล้ชิดภายในครอบครัวของ “แม่ปุ๊ก” มาสอบปากคำเมื่อวันที่ 26 พ.ค. เป็นการเชิญมาสอบปากคำในฐานะพยาน เพื่อพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงในคดี รวมทั้งประเด็นพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กทั้ง 2 คนของ “แม่ปุ๊ก” และเส้นทางการเงิน ทั้งนี้ ภายหลังสอบปากคำเสร็จไม่ได้มีการแจ้งข้อหาแต่อย่างใด หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะนำคำให้การทั้งหมดไปวิเคราะห์อย่างละเอียด
“จนถึงขณะนี้ยังไม่พบผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่นๆ ผู้ต้องหายังคงมีแค่ “แม่ปุ๊ก” เพียงคนเดียว จำเป็นต้องสอบปากคำพยานและรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม จากการตรวจสอบยอดเงินที่โอนเข้าบัญชีทั้ง 5 บัญชีจนมียอดเงินหมุนเวียนกว่า 15 ล้านบาทในช่วงเวลา 2-3 ปีนั้น พบการโอนเงินเข้ามาแต่ละครั้งจะมีจำนวนไม่มากจากผู้ใจบุญ โดย “แม่ปุ๊ก” จะทยอยถอนเพื่อนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นเรื่อยๆ จนมียอดถอนออกเป็นจำนวนมาก การจะตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเงินถูกนำไปใช้อะไรบ้างนั้นต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง” พ.ต.อ.ปทักข์กล่าว
มีรายงานว่า ตำรวจชุดคลี่คลายคดีได้จัดชุดพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. ไปสอบปากคำแพทย์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ทั้งแพทย์ผู้รักษาและพยาบาลที่เคยดูแลอาการป่วยของ เด็กหญิง 4 ขวบ และ เด็กชาย 2 ขวบ เพื่อซักถามในประเด็นเกี่ยวกับอาการป่วยของเด็ก รวมไปถึงพฤติกรรมต่างๆของ “แม่ปุ๊ก” ขณะที่ไปเฝ้าเยี่ยมเด็กทั้ง 2 คน และเตรียมประสานขอให้จัดส่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตเวชเข้าตรวจสอบสภาพจิตของ “แม่ปุ๊ก” ภายในเรือนจำ เพื่อพิสูจน์ว่ามีปัญหาทางจิตตามที่พ่อของ “แม่ปุ๊ก” กล่าวอ้างหรือไม่ และหากผลการตรวจวินิจฉัยพบว่ามีปัญหาด้านสุขภาพจิตจริง ต้องพิจารณาอีกครั้งว่าอาการป่วยอยู่ในเกณฑ์ใดมีผลทางคดีหรือไม่
วันเดียวกัน นางสุภัชชา สุทธิพล อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เตรียมนัดประชุมทีมสหวิชาชีพในช่วงต้นเดือน มิ.ย. เพื่อหารือถึงแนวทางการเลี้ยงดู เด็กชาย 2 ขวบ ที่เป็นลูกของ “แม่ปุ๊ก” ผู้ก่อเหตุ ซึ่งต้องพิจารณาถึงครอบครัวเด็กที่ขณะนี้มีตายายว่ามีความพร้อมที่จะรับไปเลี้ยงดูหรือไม่ และต้องพิจารณาทางคดีด้วยว่าทั้งตายายของเด็กมีความเกี่ยวข้องในคดีด้วยหรือไม่ แต่ขณะนี้เด็กยังอยู่ในความคุ้มครองสวัสดิภาพของ ดย. เป็นเวลา 6 เดือนตามคำสั่งของศาล นอกจากนี้ ศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ศปก.พม.) ยังสั่งการเน้นย้ำให้ทุกกรมเฝ้าระวังและตรวจสอบการรับบริจาคเงินช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายต่างๆที่อาจส่อไปทางกระทำการโดยมิชอบแล้ว
อ่านเพิ่มเติม...
"พิสูจน์" - Google News
May 28, 2020 at 05:05AM
https://ift.tt/2yCKJ3u
ส่งจิตแพทย์พิสูจน์อาการแม่ปุ๊กใจยักษ์ - ไทยรัฐ
"พิสูจน์" - Google News
https://ift.tt/2TJELVI
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
Bagikan Berita Ini
0 Response to "ส่งจิตแพทย์พิสูจน์อาการแม่ปุ๊กใจยักษ์ - ไทยรัฐ"
Post a Comment