Search

นักวิชาการ ชี้ ทีมเศรษฐกิจใหม่ลำบากแน่ ! หากโละจริง ถือเป็นโชคดีของ“ดร.สมคิด” - ผู้จัดการออนไลน์

https://ift.tt/2B90e4e


“รศ.ดร.สมชาย” ฟันธง ทีมเศรษฐกิจใหม่เจอโจทย์ยาก เหตุ เศรษฐกิจดิ่วเหว หลังวิกฤตโควิด และไทยมีปัญหาความเหลื่อมล้ำสูง ระบุ ต้องเป็นคนที่มีความรู้การเงินการคลัง-ภูมิรัฐศาสตร์ สามารถสร้างความเชื่อมั่น และสร้างเอกภาพภายใต้ความคิดต่าง เชื่อ มีคนอาสา แต่ยังไม่กล้าเปิดตัว

ทันทีที่มีกระแสข่าวการเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยพุ่งเป้าไปที่รัฐมนตรีในกลุ่ม 4 กุมาร อันได้แก่ ดร.อุตตม สาวนายน รมว.คลัง , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน , ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และจะแต่งตั้งให้ “ดร.แหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขึ้นมาทำหน้าที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนใหม่ แทน ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ก็ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งในเรื่องของฝีมือและความเหมาะสม กระทั่งล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีการแต่งตั้งให้ ศ.ดร.นฤมล มาดูแลทีมเศรษฐกิจแต่อย่างใด เพียงแค่ให้คุมทีมงานในการเขียนนโยบายเท่านั้น

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง
ขณะที่ทางด้านนักธุรกิจและนักวิชาการต่างวิเคราะห์ว่า หากพรรคพลังประชารัฐมีการปรับ นายอุตตม รมว.คลัง และ นายสนธิรัตน์ รมว.พลังงาน ออก จะทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลกลายเป็นการเมืองแบบเก่า มุ่งไปที่ผลประโยชน์ของฝ่ายการเมือง ต่างจากการบริหารของกลุ่ม 4 กุมาร ที่เป็นเทคโนแครตที่บริหารงานผ่านการกำหนดนโยบายอย่างเป็นมืออาชีพ

ในส่วนของภาคเอกชนมีความเป็นห่วงว่าหากรัฐบาลเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจจะทำให้นโยบายต่างๆสะดุด โดย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ภาคเอกชนมีความกังวลหากรัฐบาลจะปรับเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ เพราะจะทำให้นโยบายต่างๆ ที่วางไว้เปลี่ยนแปลง โดยโครงการที่กำลังเดินหน้าด้วยทีมเศรษฐกิจชุดปัจจุบันซึ่งกำลังเร่งแก้ไขปัญหาอยู่อาจได้รับผลกระทบ หากเป็นไปได้ อยากให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตต่างๆ ไปก่อนจึงค่อยปรับเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ ทั้งวิกฤตโรคโควิด-19 และวิกฤตเศรษฐกิจไทย

ด้านเครือข่ายพลังงานชุมชนก็ได้ออกแถลงการณ์คัดค้านการปรับ นายสนธิรัตน์ รมว.พลังงาน ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเครือข่ายพลังงานเห็นว่านายสนธิรัตน์ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยการขับเคลื่อนโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับความเป็นอยู่ของคนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร อาทิ นโยบายพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก , นโยบาย Energy for All พลังงานเป็นของทุกคน ซึ่งผลักดันให้มีโรงไฟฟ้าชุมชนที่ให้วิสาหกิจชุมชน 200 ครัวเรือนถือหุ้น และทำโซล่าเซลล์เพื่อการเกษตร ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน


อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากสถาการณ์การเมืองในขณะนี้ที่เกิดปรากฎการณ์ยึดพรรคพลังประชารัฐ เปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคจากนายอุตตมะ เป็น พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ และเขี่ยกลุ่ม 4 กุมารออกจากกรรมการบริหารพรรคทุกตำแหน่ง ก็แน่นอนแล้วว่าการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีในของกลุ่ม 4 กุมารคงต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง วิเคราะห์ว่า ในมุมของนักธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจรายใหญ่จะชอบทีมเศรษฐกิจของ ดร.สมคิด เพราะมาตรการต่างๆที่ออกมาทำให้ธุรกิจมีเสถียรภาพ แต่อาจจะไม่ถูกใจประชาชนส่วนใหญ่และกลุ่มการเมืองในพรรค เนื่องจากประชาชนรู้สึกว่าเงินในกระเป๋าหายไป ขณะที่กลุ่มการเมืองมองว่าทีมของ ดร.สมคิดมีสไตล์การทำงานแบบนักวิชาการและนักเศรษฐศาสตร์ซึ่งอาจจะสวนทางกับการเมือง เมื่อกระแสประชาชนไม่ชอบจึงเป็นโอกาสให้กลุ่มการเมืองในพรรคกล้าลุกขึ้นมากดดันให้มีการปรับเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจ

ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
รศ.ดร.สมชาย มองว่า การบริหารของทีมเศรษฐกิจภายใต้การดูแลของ ดร.สมคิดนั้นมีทั้งข้อดีและข้อด้อย ซึ่งข้อดี ได้แก่
1)มีมาตรการใหม่ๆที่โดนใจประชาชน เช่น มาตรการชิมช็อปใช้ ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการใช้จ่ายให้
ประชาชน , โครงการเราไม่ทิ้งกัน ที่จ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19
2)มีนโยบายที่ทำให้เกิดเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ มีทุนสำรองระหว่างประเทศถึง 2.2 ล้านเหรียญ
สหรัฐ ประเทศไทยยังเกินดุลบัญชีเดินสะพัด และก่อนหน้าที่จะเกิดโควิด-19 หนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ 40 กว่า% GDP หลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด หนี้สาธารณะอยู่ที่ 50 กว่า% ของ GDP ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับที่รับได้
3)มีเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งนำไปสู่โอกาสในการลงทุน

ส่วนข้อด้อย ได้แก่
1)อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศต่างๆในภูมิภาคแถบ
นี้ โดยอยู่ที่ 3 % กว่าๆของ GDP ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 5.4-5.5% ของ GDP ไทยชนะก็แค่สิงคโปร์และบรูไนเท่านั้น และเมื่อเทียบกับในช่วง 20 ปีที่ผ่านมาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 3.8% ของ GDP ก็หมายความว่าการบริหารงานของทีมเศรษฐกิจไม่ได้มีการปรับตัวเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้น
2)แม้ว่าจะมี EEC แต่ขณะนี้ยังอยุ่ระหว่างการดำเนินการจึงยังไม่เห็นความสำเร็จของโครงการ
3)การบริหารงานไม่ได้นำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ไม่ได้ทำให้ประชาชนมีเงิน
กระเป๋าเพิ่มขึ้น ในขณะที่หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นถึง 79% ของ GDP ซึ่งจุดนี้ทำให้ประชาชนไม่พอใจ

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
สำหรับทีมเศรษฐกิจใหม่ที่จะมาแทนทีมของ ดร.สมคิดนั้น รศ.ดร.สมชาย เชื่อว่า จะทำงานด้วยความยากลำบาก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้อยู่ในช่วงที่เข้าสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังซบเซาอย่างหนักจากวิกฤตโควิด-19 โดยวิกฤตโควิด-19 จะแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ช่วงแรก เป็นช่วงที่ทีมแพทย์พยายามรักษาและสกัดการแพร่ระบาด ช่วงที่ 2 คือ ช่วงของการบริหารการติดเชื้อ ช่วงที่ 3 คือช่วงปัจจุบัน ซึ่งเป็นเรื่องของการออกมาตรการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ และช่วงที่ 4 คือช่วงต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องของการผลักดันให้นโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจประสบความสำเร็จ ในขณะที่สถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่เอื้ออำนวย จีนกับสหรัฐอเมริกาก็ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ ส่วนเศรษฐกิจในประเทศติดลบถึง 6%

“ ถ้ามีการปรับเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจจริงก็ถือว่าเป็นโชคดีของ ดร.สมคิด เพราะจะเห็นได้ว่าแม้ตอนนี้รัฐบาลจะผ่อนคลายมาตรการระยะที่ 5 แล้ว ร้านค้าร้านอาหารเปิดให้บริการได้หมดแล้ว แต่แต่ละร้านแทบจะไม่มีลูกค้า เศรษฐกิจโลกก็ยังไม่ดี และที่สำคัญไทยมีปัญหาเรื่องโครงสร้างทางสังคมซึ่งช่องหว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างกันมาก ดังนั้นการทำงานของทีมเศรษฐกิจใหม่ยากกว่ายุค ดร.สมคิดแน่นอน ดร.สมคิดเข้ามาในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจลงหนักมาก” รศ.ดร.สมชาย ระบุ

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
รศ.ดร.สมชาย เชื่อว่า จะมีผู้อาสาเข้ามาเป็นรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจใหม่อย่างแน่นอน แม้จะมีกระแสข่าวว่ารัฐบาลยังไม่สามารถฟอร์มทีมเศรษฐกิจใหม่ได้เพราะไม่มีใครกล้าเข้ามารับตำแหน่ง เพราะในการทำงานของรัฐมนตรีนั้นไม่ใช่การทำงานโดยลำพัง แต่จะมีทั้งข้าราชการและทีมที่ปรึกษาคอยซัพพอร์ต แต่สาเหตุที่ยังไม่มีชื่อรัฐมนตรีและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจใหม่ออกมาเพราะไม่มีใครอยากตกเป็นเป้าโจมตี

ทั้งนี้ รศ.ดร.สมชาย ชี้ว่า คุณสมบัติของทีมเศรษฐกิจใหม่ ต้องมีองค์ประกอบ 4 ประการ คือ
1.ต้องมีความรู้ด้านการเงินกาคลัง และภูมิรัฐศาสตร์
2.ต้องมีประสบการณ์ด้านการบริหาร
3.สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้
4.ต้องสามารถบริหารนโยบายและกระทรวงเศรษฐกิจต่างๆได้อย่างมีเอกภาพ แม้รัฐมนตรีแต่ละคนจะมีความเห็นที่แตกต่าง แต่ยังมีเอกภาพภายใต้ความแตกต่าง

Let's block ads! (Why?)


July 01, 2020 at 09:39AM
https://ift.tt/2Zn1xFe

นักวิชาการ ชี้ ทีมเศรษฐกิจใหม่ลำบากแน่ ! หากโละจริง ถือเป็นโชคดีของ“ดร.สมคิด” - ผู้จัดการออนไลน์
https://ift.tt/3dcqzfG
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update

Bagikan Berita Ini

0 Response to "นักวิชาการ ชี้ ทีมเศรษฐกิจใหม่ลำบากแน่ ! หากโละจริง ถือเป็นโชคดีของ“ดร.สมคิด” - ผู้จัดการออนไลน์"

Post a Comment

Powered by Blogger.