Search

“อังคณา” จี้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย-ปฏิรูประบบยุติธรรม ช่วยแก้ปัญหาอุ้มหาย - ผู้จัดการออนไลน์

taba.prelol.com


ศูนย์ข่าวภาคใต้ – “อังคณา นีละไพจิตร” ภรรยา “ทนายสมชาย” ร่วมรำลึกวันแห่งการรำลึกถึงเหยื่อการบังคับสูญหายสากล ชี้รัฐบาลล้มเหลว ไม่มีกรณีใดในไทยที่นำคนผิดมาลงโทษได้ แม้แต่กรณีของ “ทนายสมชาย” เชื่อยากจะมีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย หากยังมี ส.ว.จากการแต่งตั้งของ คสช. ชี้ต้องทำให้ไทยเป็นประชาธิปไตย ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม

วันนี้ (29 สค.) นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้โพสต์ในเพซบุ๊กส่วนตัว ในโอกาส “วันแห่งการรำลึกถึงเหยื่อการบังคับสูญหายสากล” (International day of the victims of Enforced Disappearance – IDD) ว่า มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล คือ (1) รัฐต้องยุติการกดดัน หรือโน้มน้าวให้ครอบครัวยุติการร้องเรียนการบังคับสูญหายไปยังองค์การสหประชาชาติ รัฐต้องยอมรับสิทธิของประชาชนในการส่งเรื่องร้องเรียนโดยตรงต่อสหประชาชาติ (2) รัฐสภาควรมีมติให้สัตยาบันอนุสัญญาคนหายของสหประชาชาติ และ ธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่างประเทศ

(3) ให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ให้เป็นประชาธิปไตย ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และหน่วยงานความมั่นคง ไม่มองผู้เห็นต่างเป็นศัตรู และในการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.การทรมานและการบังคับสูญหาย ต้องยึดหลักการสำคัญตามอนุสัญญา และให้ครอบครัวได้มีโอกาสเข้าร่วมในการพิจารณากฎหมาย และ (4) รัฐบาลควรเชิญคณะทำงานด้านการบังคับสูญหายโดยไม่สมัครใจของสหประชาชาติมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการเพื่อตรวจสอบสถานการณ์บังคับสูญหายในประเทศไทย และเพื่อที่จะมีข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยต่อไป


นางอังคณา ระบุว่า วันที่ 30- 31 ส.ค.เป็นวันที่ทั่วโลกถือเป็น
วันแห่งการรำลึกถึงเหยื่อการบังคับสูญหายสากล
โดยข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมอ้างตัวเลขคนหายในไทยของคณะทำงานด้านการบังคับสูญหายของสหประชาชาติ
วันที่ 11 มิ.ย. ระบุว่า ไทยมีจำนวนผู้ถูกบังคับสูญหาย ทั้งสิ้น 87 ราย
แต่ถ้าถามรัฐบาลไทยว่า ประเทศไทยมีผู้สูญหายกี่คน คำตอบ คือ ไม่ทราบ
เพราะประเทศไทยไม่เคยมีการบันทึกข้อมูลผู้สูญหายอย่างเป็นทางการ
แม้ไทยจะมีประวัติศาสตร์การใช้ความรุนแรง
และมีการบังคับบุคคลให้สูญหายต่อเนื่องยาวนาน

“เหตุผลสำคัญที่ประเทศไทยไม่มีการบันทึกเรื่องราวการบังคับสูญหาย
เพราะประเทศไทยไม่เคยยอมรับว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยรัฐ
ทำให้จำนวนที่แท้จริงของผู้ถูกบังคับให้สูญหายในประเทศไทยยังคงเป็นปริศนา
ที่ผ่านมากรณีการบังคับผู้สูญหายในประเทศไทย ยังไม่มีใครทราบชะตากรรมพวกเขา
และไม่มีกรณีใดเลยที่นำคนผิดมาลงโทษได้ แม้แต่กรณีสมชายนีละไพจิตร
ที่หลายคนมักพูดว่ามีความก้าวหน้าทางคดีมากที่สุด แต่สุดท้าย
ครอบครัวกลับแพ้อย่างราบคาบและผู้กระทำผิดยังคงลอยนวล”


นางอังคณา
ระบุว่า เมื่อเดือน มี.ค. 2560
ครั้งที่ประเทศไทยไปรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนตามกติกาสากลว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
ผู้แทนไทยได้แจ้งต่อคณะกรรมการตามอนุสัญญาฯ ว่า
นายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์กรณีถูกกระทำทรมานและบังคับให้สูญหาย
เพื่อติดตาม ตรวจสอบ เยียวยาผู้ถูกทรมานและถูกบังคับสูญหาย
แต่น่าเสียดายที่ คณะกรรมการและอนุกรรมการที่ตั้งขึ้น
ล้วนประกอบไปด้วยเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยไม่มีภาคประชาสังคม
หรือครอบครัวผู้สูญหาย เข้าร่วมเป็นกรรมการ หรืออนุกรรมการ ผ่านไป 3 ปี
แม้คณะกรรมการจะสืบทราบชะตากรรมของผู้สูญหายบางคน
หากแต่คณะกรรมการกลับล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการเปิดเผยความจริง
นำคนผิดมาลงโทษ และคืนความเป็นธรรมให้ครอบครัวผู้ที่ยังคงสูญหาย

นางอังคณา
ระบุว่า วันนี้แม้รัฐบาล โดยกระทรวงยุติธรรม
และรัฐสภาจะได้ดำเนินการให้มีร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
ว่าด้วยการป้องกันการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย
หากแต่สิ่งที่น่ากังวล คือ ความเต็มใจ (willing)
และเจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาล (political will)
ในการผลักดันให้มีกฎหมายที่สอดคล้องกับอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศ
เพราะในขณะที่เรายังมีวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช.
ที่จะเข้าร่วมในการพิจารณากฎหมาย
คงเป็นการยากที่ไทยจะมีกฎหมายที่สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชนสากล ดังที่
ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่เคยถูกถอดจากวาระการพิจารณาของ สนช.
โดยไม่มีคำอธิบาย

“จากประสบการณ์ในฐานะเหยื่อ ดิฉันคิดว่า
สิ่งสำคัญที่สุดในการยุติการบังคับสูญหายคือ ความเต็มใจของรัฐ
ในความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน ไม่มองคนที่เห็นต่างเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด
ถ้ารัฐคิดได้เช่นนี้ ก็จะไม่มีใครถูกทำให้หายไปเพียงเพราะเห็นต่างจากรัฐ
และแม้จะมีกฎหมายที่ดีเพียงใด แต่ประเทศไทยยังไม่เป็นประชาธิปไตย
ไม่มีการปฏิรูประบบการยุติธรรม ปฏิรูปหน่วยงานความมั่นคง ทั้งทหาร ตำรวจ
ก็คงยากที่จะยุติการบังคับสูญหาย และนำคนผิดมาลงโทษได้จริง”

Let's block ads! (Why?)



"การบันทึก" - Google News
August 29, 2020 at 04:46PM
https://ift.tt/3gyItKE

“อังคณา” จี้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย-ปฏิรูประบบยุติธรรม ช่วยแก้ปัญหาอุ้มหาย - ผู้จัดการออนไลน์
"การบันทึก" - Google News
https://ift.tt/3d9BA1f
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update


Bagikan Berita Ini

0 Response to "“อังคณา” จี้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย-ปฏิรูประบบยุติธรรม ช่วยแก้ปัญหาอุ้มหาย - ผู้จัดการออนไลน์"

Post a Comment

Powered by Blogger.